1. หน้าหลัก
  2.    >   ข่าวสาร
  3.    >   ทีเส็บตอบโจทย์นโยบาย “ประชารัฐ” เดินหน้า 4 โครงการกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนธุรกิจไมซ์ในประเทศ พร้อมชูงาน Thailand Domestic MICE Mart เป็นเวทีเจรจาธุรกิจไมซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

30พ.ค. 2559

ทีเส็บตอบโจทย์นโยบาย “ประชารัฐ” เดินหน้า 4 โครงการกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนธุรกิจไมซ์ในประเทศ พร้อมชูงาน Thailand Domestic MICE Mart เป็นเวทีเจรจาธุรกิจไมซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ทีเส็บตอบโจทย์นโยบาย “ประชารัฐ” เดินหน้า 4 โครงการหลัก เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนให้ธุรกิจไมซ์ในประเทศ นำไปสู่การกระจายรายได้ให้เศรษฐกิจไทยโดยองค์รวม พร้อมจัดงาน Thailand Domestic MICE Mart 2016 นำผู้ซื้อและผู้ขายกว่า 500 รายเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ คาดเกิดการเจรจาซื้อขายกว่า 500 ล้านบาท เตรียมชูเป็นเวทีเจรจาธุรกิจในอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า การส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในประเทศหรือ Domestic MICE ถือเป็นพันธกิจสำคัญของทีเส็บในฐานะผู้ขับเคลื่อนธุรกิจไมซ์ โดยจากปีงบประมาณ 2558 พบว่ามีนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศจำนวน 23 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้จากการใช้จ่าย 46,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้กำหนด “นโยบายประชารัฐ” และเกิดคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทีเส็บได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานดังกล่าว ขณะเดียวกันยังได้กำหนดแผนการส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในประเทศ ประจำปี 2559 ด้วย 4 โครงการซึ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายประชารัฐ มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคมหรือชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ประกอบด้วย

 

โครงการแรก ส่งเสริมให้เกิดการต่อเนื่องของแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมโปรโมชั่นการขายเพื่อกระตุ้นการจัดงานไมซ์ เน้นย้ำให้มีการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรมไมซ์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นแคมเปญที่คณะทำงานสานพลังประชารัฐฯ นำไปเป็นหนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ในประเทศอย่างเร่งด่วน โดยมี 21 องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมต่างๆ ที่ผนึกกำลังเพื่อสนับสนุนให้บริษัทเอกชนในเครือข่าย จัดประชุม สัมมนา และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในประเทศไทย อย่างน้อย 1 ประชุมหรือ 1 ทริป ต่อ 1 บริษัท ในต่างจังหวัดภายในปี 2559 โครงการที่ 2 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมไมซ์ในพื้นที่พิเศษ ชูโครงการพระราชดำริภายใต้กิจกรรม 3 ปีติ หรือ 3 วาระมงคลของชาวไทยในปีนี้ คือ 1.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี 2.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุ 88 พรรษา และ 3.) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ถือเป็นอีกโครงการที่ลูกค้ากลุ่มองค์กรสามารถเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่โครงการพระราชดำริ  โดยทีเส็บจะร่วมสนับสนุนค่าพาหนะในการเดินทางสำหรับองค์กรจัดกิจกรรมไมซ์ในพื้นที่โครงการพระราชดำริกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจองแพ็คเกจประชุมผ่าน 44 บริษัททัวร์ชั้นนำหรือเดินทางไปด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำกลับมาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อไปพัฒนาองค์กรและบุคลากรต่อไป โครงการที่ 3 ส่งเสริมตลาด Destination Promotion โดยสร้างการรับรู้ในพื้นที่ตะเข็บชายแดน หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่สามารถรองรับธุรกิจไมซ์ โดยทีเส็บมีเป้าหมายจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการใน 10 พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในปีงบประมาณ 2559 ประกอบด้วย หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม กาญจนบุรี ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา และตราด นับเป็นการช่วยกระตุ้นธุรกิจไมซ์ทั้งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ต่อเนื่องไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) สร้างองค์ความรู้ด้านไมซ์ ขยายการเติบโตของเศรษฐกิจหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำให้ไทยก้าวไปสู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับอาเซียน  รวมทั้งส่งเสริมการจัดงานไมซ์ 300 กิโลฯ รอบกรุง โดยทีเส็บจะจัดทำฐานข้อมูลในแบบออนไลน์และออฟไลน์ความพร้อมของ 14 จังหวัดคือ อยุธยา สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และนครราชสีมาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้  และโครงการที่ 4 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมไมซ์ เน้นให้การสนับสนุนกับหน่วยงานภาคีที่มีศักยภาพในการจัดประชุมสัมมนา อาทิ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย

 

ด้าน นายกลินท์  สารสิน รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “งาน Thailand Domestic MICE  Mart 2016 แม้จะถูกจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แต่ในปีนี้ถือเป็นโปรเจ็คท์นำร่องภายใต้แคมเปญ “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” นับเป็น 1 ใน 10 โครงการระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของคณะทำงานสานพลังประชารัฐ : การส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อผนึกกำลัง ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยภาคเอกชนสนับสนุนให้องค์กรภายในเครือข่าย ร่วมกันดำเนินการส่งเสริมการจัดประชุม สัมมนา และท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive Tour) ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด อย่างน้อย 1 ประชุมหรือ 1 ทริป ต่อ 1 บริษัท เพื่อช่วยกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นและชุมชน เพิ่มการใช้จ่ายในต่างจังหวัดมากขึ้น  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยโดยคณะทำงานสานพลังประชารัฐฯ ได้ให้การสนับสนุน โดยร่วมเชิญกลุ่มผู้ซื้อ (Buyers) ซึ่งเป็นสมาชิกจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 21 องค์กรเครือข่ายที่ได้เซ็น MOU ร่วมกัน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นพลังแห่งความร่วมมือของผู้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมไมซ์และผู้ประกอบการในธุรกิจไมซ์ของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าหลังจากงานนี้จะเกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคประชาสังคมหรือชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้เพิ่มขึ้น”

 

“สำหรับงาน Thailand Domestic MICE Mart 2016 นับเป็นงานเจรจาธุรกิจในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ คาดการณ์ว่าจะเกิดการเจรจาซื้อขายที่มีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายประชารัฐที่เน้นการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน โดยคณะผู้จัดงานมุ่งหวังจะพัฒนาให้เป็นงานแสดงสินค้าหรือ Trade Show ชั้นนำระดับประเทศ ภายใน 5 ปี กิจกรรมเด่นที่น่าสนใจภายในงาน ได้แก่ การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Trade Meet) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมธุรกิจบริการทุกแขนงในอุตสาหกรรมไมซ์มารวมกัน เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการ โปรโมชั่นพิเศษสำหรับการจัดประชุมสัมมนาและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ ให้กับผู้ซื้อได้มีทางเลือกที่หลากหลาย และสามารถเรียนรู้ถึงการเพิ่มมูลค่าในการจัดประชุมสัมมนาในทุกทริปขององค์กร โดยในงานนี้ ตั้งเป้าผู้ซื้อ 300 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการจัดประชุมองค์กร และการจัดทริปให้พนักงาน จากทั้งองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งในส่วนของผู้ขาย (Sellers) มีมากว่า 250 ราย ได้แก่ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ ผู้ประกอบการจากไมซ์ซิตี้ และเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 จังหวัด ที่จะนำเสนอสินค้าและบริการด้วยโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ อาทิ แพ็คเกจการประชุม สัมมนา หรือ Incentive Trip ในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ทั้งแบบเต็มวันหรือครึ่งวัน แบบ 2 วัน 1 คืน และแบบ 3 วัน 2 คืน เป็นต้น เพื่อกระตุ้นองค์กรต่างๆ ให้เกิดการเดินทางและจัดกิจกรรมมากขึ้น  งานสัมมนาให้ความรู้จากวิทยากรพิเศษผู้มีประสบการณ์ในหัวข้อที่หลากหลายเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจตัวเองในหัวข้อ ดังนี้ “รู้ลึก ฝึกจริง ในธุรกิจไมซ์” โดย นางประชุม ตันติประเสริฐสุข ประธานร่วมคณะกรรมการฝ่ายส่งเสริมการขาย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ “ทิก้า” หัวข้อ “New Market Opportunity” โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์ในประเด็น และหัวข้อ “Domestic Plus” โดย ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร และกิจกรรม “Best Practice in Bangkok” Inspection Trip สำหรับผู้ประกอบการไมซ์จากต่างจังหวัด โดยแบ่งเป็น เส้นทางที่ 1 “เรียนรู้ วิธีการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ จากงานอีเว้นท์ใกล้ตัวคุณ” (กรณีศึกษา) ณ อิมแพค เมืองทองธานี ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย และเส้นทางที่ 2 ศึกษาดูงาน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับและสร้างมาตรฐานธุรกิจและบริการ ให้กับธุรกิจของคุณ ผ่านมุมมองการบริหารงานจากโรงแรม “มาตรฐาน TMVS” (Thailand MICE Venue Standard) ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้จึงก่อให้เกิดการกระจายรายได้และความมั่งคั่งสู่ประชาชนในเมืองรอง ในภูมิภาคต่างๆ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเกิดการขยายองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยทั้งระบบ และจากแผนการดำเนินงานส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในประเทศของปี 2559 นั้นคาดว่าจะสามารถทำให้ไปถึงเป้าหมายของจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศ 24 ล้านคน ต่อครั้ง และสร้างรายได้ถึง 47,000 ล้านบาท” นายนพรัตน์ กล่าวโดยสรุป  

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2559

เปิดอ่าน : 199