1. หน้าหลัก
  2.    >   ข่าวสาร
  3.    >   ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ : คลังอาหาร-ศิลปาชีพ เพื่อราษฎรชายแดน

08ก.ค. 2559

ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ : คลังอาหาร-ศิลปาชีพ เพื่อราษฎรชายแดน

ทีเส็บ ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ และองค์กรพันธมิตร  นำสื่อมวลชนร่วมสัมผัสโครงการประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ : คลังอาหารเพื่อปากท้องราษฎร และงานศิลปาชีพเสริมความมั่นคงชายแดน จ.ราชบุรี เฉลิมฉลองปีมหามงคล 3 ปีติ

 

นายภูริพันธ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)เปิดเผยว่า ทีเส็บ โดยความร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ได้จัดทำโครงการ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในปีมหามงคลแห่งการเฉลิมฉลองวาระสำคัญ 3 ปีติ ได้แก่ วาระครบรอบ 70 ปี ครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา

 

 ทั้งนี้ โดยส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการจัดกิจกรรมการศึกษาดูงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์กว่า 30 แห่งกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยเพื่อให้องค์กรต่างๆได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในการทำงานหรือชีวิตประจำวัน โดยผนวกกิจกรรมเชิงไมซ์เข้าไว้ในโปรแกรมด้วย อาทิ การจัดฝึกอบรมศึกษาดูงาน กิจกรรมซีเอสอาร์การจัดประชุมสัมมนา รวมถึงการท่องเที่ยวก่อนหรือหลังงานประชุม (Pre-post tour) เป็นต้น

 

 สำหรับเส้นทางศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี จะเป็นการตามรอยพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯพระบรมราชินีนาถ สัมผัสเรียนรู้พระราชกรณียกิจที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ดังพระราชดำริ ความตอนหนึ่งว่า“พื้นที่สวนผึ้งเป็นพื้นที่ติดชายแดนพม่า จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ราษฎรในบริเวณพื้นที่มีอาชีพมีรายได้พอเพื่อไม่ให้ย้ายถิ่น เขาจะได้เป็นหู เป็นตาให้ประเทศไทยต่อไป" โดยจัดไปดูงานที่ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านบ่อหวีในเรื่องของคลังอาหารเพื่อปากท้องราษฎร ชมแปลงสาธิตการปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงปลา แพะ และหมูหลุม ตลอดจนการแปรรูปพืชผลเกษตร เพื่อให้พึ่งพาตนเองทางด้านอาหารได้

 

จากนั้นไปที่โครงการศิลปาชีพซึ่งจัดตั้งขึ้นในศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ได้มีอาชีพเสริมหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่ และเพื่อลดการล่าสัตว์ และบุกรุกพื้นที่ป่า เสริมความมั่นคงชายแดนชมการทำเครื่องปั้นดินเผา ทอผ้า ปักผ้า จักสานทั้งยังได้ไปเยี่ยมชมโครงการศิลปาชีพบ้านพุระกำ ซึ่งเป็นหมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดนของชาวไทยภูเขาซึ่งได้รับพระเมตตาส่งเสริมงานศิลปาชีพให้เป็นอีกอาชีพทางเลือกในการสร้างงาน สร้างรายได้ สามารถเลี้ยงตัวเอง ดำรงอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องบุกรุกทำลายป่า

 

นอกจากนั้น ยังได้เยี่ยมชมโครงการแหล่งผลิตอาหารและวนเกษตรบ้านหนองตาดั้งและธนาคารควาย ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้การทำนาบนพื้นที่ราบในหุบเขา โดยใช้ควายพระราชทานซึ่งรวบรวมจากการไถ่ชีวิตถวายเป็นพระราชกุศลนำมาใช้ในการปรับพื้นที่ในการปลูกข้าวและพืชไร่ ช่วยให้เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น

 

  “ปัจจุบันจังหวัดราชบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวสถานที่พักผ่อน โรงแรมที่พัก ตลอดจนแหล่งกิจกรรมเรียนรู้ด้วยความเพลิดเพลินทั้งทางด้านธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก อาทิ กิจกรรม DIY ปลูกต้นไม้และตกแต่งกระถาง วาดรูประบายสีเครื่องปั้นดินเผา เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ กิจกรรม Team-building ซีเอสอาร์ซึ่งล้วนสามารถนำมาประยุกต์จัดกิจกรรมเชิงไมซ์พร้อมกับศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริได้อย่างหลากหลาย โดยอาศัยทรัพยากรทางด้านไมซ์และการท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างมากมายตามความสร้างสรรค์ของแต่ละองค์กร” นายภูริพันธ์ กล่าว

 

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2559

เปิดอ่าน : 315